วันเกิดรุ่น 13#
4 ปีแล้วที่เราทุกคนมารู้จักกันอยู่ด้วยกันช่วยเหลือกัน จริงๆ แล้วเรารู้จักกันมาก่อนหน้านั้นหลายเดือนอยู่ตั้งแต่ตอนรับน้อง แต่กว่าจะฝ่าพันการรับน้องที่แสนโหดร้าย สนุก และที่สำคัญปวดขาและปวดคอโครต กว่าจะหมดรับน้องฉันและเพื่อนๆ ทุกคนเริ่มด้านชาจากขาและคอที่เคยปวด นานวันไปอาการปวดเริ่มอยู่ตัวมากขึ้น และละครของคณะที่แสนหฤโหดกว่าการรับน้อง จากตอนรับน้องวันหนึ่งๆ จะมีแต่การซ้อมเชียร์ร้องเพลง ใช้พลังคอกันสุดฤทธิ์ โดนซ่อมนิดหน่อยเวลาเพื่อนมาน้อย จริงๆ มันก็ไม่น้อยนะ แต่ละครที่ว่านี้กว่าจะทำให้จบลงได้ เรียกว่าทั้งลงแรงงานและแรงใจกันมากมาย นอกจากจะทำละครแล้ว การซ่อมก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำละคร เป็นการเร่งให้เราทำงานเร็วขึ้น จนบางทีเร็วเกินไป และเห็นน้ำใจเพื่อนมากกว่าการรับน้องหลายเท่า ส่วนฉันมีหน้าที่ไม่มากนักถ้าดูจากคนอื่นๆ และเพื่อนผู้ชายที่ต้องทำฉาก ทำไฟ ซ้อมละครซ้อมเต้น ทำของแจกผู้ที่มาดูละครเป็นร้อยอัน เพื่อนของฉันที่ใช้จักรเย็บผ้าเป็นมีหน้าที่เย็บชุดที่ใช้แสดงและเย็บของแจก งานของฉันจึงเป็นงานเล็กๆ ช่วยเพื่อนๆ วาดลายบนของแจก แพคของใส่ถุง และช่วยเหลือเพื่อนคนอื่นนิดๆ หน่อย
จนในวันนี้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ละครของคณะศิลปกรรมศาสตร์ก็ได้บังเกิดขึ้น ณ วันที่ 9 กันยายน 2547 จากที่คิดว่าจะไม่ค่อยมีคนมาดูละครของคณะเยอะนัก แต่เมื่อถึงเวลาแสดงจริงๆ ผู้คนหลั่งไหลเข้ามามากมายจนเต็ม รุ่นพี่ของคณะต้องเข้ามาเบียดกันดูในห้องไฟ และนั่นก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราทั้งรุ่น "ภูมิใจ"...
หลังการแสดงจบลงภารกิจเสร็จสิ้น รุ่นพี่จึงประกาศให้วันนี้เป็นวันเกิดรุ่นที่ของรุ่นที่ 13 วันที่ทุกคนรอคอย น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรูปถ่ายของละครรุ่นแม้ซักรูปเดียว แต่ฉันเชื่อว่ารับน้องและละครของคณะก็ยังคงติดอยู่ในความทรงจำของฉันและทุกๆ ตลอดไป จากวันนั้นถึงวันนี้ฉันก็ยังจำได้ดีเสมอ และเหตุการณ์หลากหลายในมหาวิทยาลัยเริ่มผ่านเข้ามาในชีวิต จากวันเป็นเดือนและจากเดือนเป็นปี หลายๆ เหตุการณ์ฉันยังจำได้ดีเช่นกัน...
จะว่าไปแล้วชีวิตมหาวิทยาลัยเป็นชีวิตที่สนุกและมีความสุข สำหรับฉันนอกจากเพื่อนยังมีเขาทำให้ฉันมีความสุขและสนุก อะไรๆ หลายอย่างที่ฉันไม่เคยทำฉันเรียนรู้มาจากเขา แต่สำหรับเขา ฉันอาจจะทำให้เขาไม่มีความสุขและไม่สนุก...ขอโทษด้วยนะ
ไม่มีรูปเพื่อนรวมรุ่น ไม่มีรูปมหาวิทยาลัย ไม่รูปคณะ มีแต่รูปหมาเจ้าแม่ของคณะมาแทน
น้องเอิร์นก็เป็นตัวหนึ่งที่มีส่วนในเหตุการณ์ต่างๆ เพราะมันนอนอยู่ประจำที่คณะ

"กลับมายืนที่เดิม ที่ๆ เคยคุ้นตา" เพลงนี้น่าจะเหมาะกับสถานที่เช่นนี้ สถานที่แห่งความเหงาแต่ยังไงก็ต้องกลับมา ณ หอที่แสนโดดเดี่ยวแถวสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุช เดือนนี้เป็นเดือนสุดท้ายแล้วที่หอของฉันจะหมดสัญญา และจะมีส่วนในการตัดสินใจในการหางานทำที่กรุงเทพฯ อยู่ไม่น้อย...
กลับมาสู่ชีวิตประจำวัน หลังจากพ้นเดือนสิงหาคมเดือนเกิดที่พระท่านว่าไว้ โชคดีเริ่มเข้ามาบ้างเพราะมีผู้ติดต่อเข้ามานัดสัมภาษณ์งานแล้ว ตอนนี้จึงอยู่ในช่วงเวลาแห่งการเดินสายสัมภาษณ์ คาดว่าจะได้งานในเร็ววัน
ช่วงเวลาแห่งการนับหนึ่ง ทุกวันฉันมักจะคิดวนเวียนอยู่แต่เรื่องเรา เรื่องฉันคนเดียว เรื่องเขาคนเดียว เรื่องพ่อแม่พี่น้อง ครอบครัวพี่ทั้งสอง คิดแล้วปวดหัว แต่ทุกวันๆ ก็อะไรดีๆ มาหลายอย่างจากการคิดถึงคนเหล่านี้ทั้งหมด จนฉันเริ่มจะปลงตกตามมาด้วยการเลิกวิตกจริตไปเอง รวมทั้งการเว้นหนึ่งวันในการฝันหลอนจิต หายเครียด คลายเครียดและไม่เครียด หลังจากฝันติดกันมาหลายวัน...เกินไป การอึดอัดมากๆ ถ้าได้เสียน้ำตาระบายออกมาบ้างก็เป็นวิธีที่ดีอย่างหนึ่ง...แต่ตอนนี้ความฝันกำลังจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตฉันไปแล้ว จนฉันชักจะเริ่มชินชากับมันซะแล้ว...
ขอบคุณโชคชะตาที่นำพาเรื่องราวต่างๆ เข้ามาสู่ชีวิตฉัน ทำให้ฉันไม่กลัวที่จะผิดหวัง สูญเสียและเสียใจกับเรื่องราวต่างๆ ที่กำลังจะเข้ามาในชีวิต ฉันรู้ว่าอดีตแก้ไขไม่ได้ แต่เริ่มใหม่ได้ ส่วนจะเริ่มได้ดีหรือไม่ดีฉันคงจะให้คำตอบแก่ใครไม่ได้ แต่อย่างน้อยฉันคงไม่มีวันยอมแพ้...ตัวเอง
เวลาผ่านไปฉันอยู่กับเพื่อนมากขึ้น แม้ในบางครั้งความเหงาจะเข้ามาในความรู้สึกถี่บ้างห่างบ้าง แต่ฉันก็ยังมีความสุขได้เวลาอยู่กับเพื่อน...คิดถึงเพื่อนทั้งรุ่น
ความทรงจำดีๆ เก็บไว้ จนกว่าจะหมด "ลมหายใจ"
edit @ 10 Sep 2008 01:49:04 by chockcolate_am


